ชื่อเรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านทุ่งรูง โดยใช้รูปแบบการสอนแบบบูรณาการ

ผู้รายงาน สันติ บุญเหมาะ . 25 50 . ผลการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

สังกัด โรงเรียนบ้าน ทุ่งรูง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ 1

บทคัดย่อ

สันติ บุญเหมาะ . 25 50 . ผลการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่องการสร้างเสริมสุขภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านทุ่งรูง โดยใช้รูปแบบการสอนแบบบูรณาการ

การศึกษาการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ผลการเรียนรู้ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่องการสร้างเสริมสุขภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการสอนแบบบูรณาการ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนบ้าน -

ทุ่งรูง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 23 คน (ชาย 8 คน,หญิง 15 คน) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการเรียนรู้ ตามขั้นตอนกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ จำนวน 14 แผนการเรียนรู้ 2) เครื่องมือที่ใช้ในการวัดผล ในการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ แบบทดสอบ 3 ด้านคือ ด้านพุทธิพิสัย ด้านทักษะพิสัยและด้านจิตพิสัย วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Window เพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้ดังนี้

1. ด้านพุทธิพิสัยนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15. 69 มากกว่า คะแนนตามเกณฑ์ร้อยละ 70 ( หรือ 14 คะแนน ) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

2. ด้านทักษะพิสัย นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 32.82 มากกว่าคะแนนตามเกณฑ์ร้อยละ 70 ( หรือ 28 คะแนน ) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. ด้านจิตพิสัย นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 33. 56 มากกว่าคะแนนตามเกณฑ์ร้อยละ 70 ( หรือ 28 คะแนน ) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักเรียนทุกคนมีคะแนนมากกว่าคะแนนตามเกณฑ์ร้อยละ 70

เผยแพร่เมื่อ 03/07/51
 
 
 
   
 

ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

ชีวิตและครอบครัว วิชาสุขศึกษา รหัสวิชา พ 41101 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา

และพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

ผู้ศึกษาค้นคว้า นางเตือนใจ พวงเพ็ชร ครูชำนาญการ โรงเรียนวีรวัฒน์โยธิน สำนักงานเขต

พื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 1 จังหวัดสุรินทร์

บทคัดย่อ

การจัดการศึกษาในปัจจุบันต้องยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ และผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนได้ สนองความแตกต่างระหว่างบุคคล ทั้งในด้านทักษะ ความรู้ความเข้าใจ คุณธรรมจริยธรรมโดยผู้ศึกษาค้นคว้าได้นำนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชีวิตและครอบครัว วิชาสุขศึกษา รหัสวิชา พ 41101 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนวีรวัฒน์โยธิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 1 จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป จำนวน 5 แผน ใช้เวลาเรียน 10 ชั่วโมง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นแบบเลือกตอบ จำนวน 50 ข้อ แบบวัดความพึงพอใจ จำนวน 18 ข้อ ซึ่งได้คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบก่อนเรียนเท่ากับ 29.28 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.70 คะแนนเฉลี่ยจากแบบทดสอบหลังเรียนเท่ากับ 44.58 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.37 คิดเป็นร้อยละ 89.15 ของคะแนนเต็ม และวัดความพึงพอใจ ในการเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป จำนวน 18 ข้อ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 4.41 )

ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า การใช้ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปดังที่ได้กล่าวมาแล้ว มีประสิทธิภาพ 91.70/89.15 และมีดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปเท่ากับ 0.7382 หมายความว่า ผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 73.82 และนักเรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนและมีความพึงพอใจต่อการเรียนเป็นรายด้านอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด

เผยแพร่เมื่อ 22/08/51

 
 
 
   
 

ชื่อเรื่อง การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป วิชาสุขศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ผู้วิจัย นายสมหมาย จันทร์นวม

ปีที่ทำการวิจัย พ.ศ. 2549

บทคัดย่อ

วิชาสุขศึกษามุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความสามารถในการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพเพื่อการมีวิถีชีวิตที่มีความสุข โดยให้มีทั้งความรู้ ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการ รวมทั้งคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม ตามแนวทางการจัดกิจกรรมการศึกษาใน พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ฉบับปรับปรุงแก้ไข พ.ศ. 2545 ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้ทำการพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป วิชาสุขศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6โรงเรียนบ้านหัวแรต อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ จำนวน 26 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย

ผลการวิจัยพบว่า บทเรียนสำเร็จรูป วิชาสุขศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพ 77.64 / 81.92 ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ คือ 80/80 ซึ่งครูผู้สอนสามารถนำไปเป็นสื่อการเรียนการสอนและผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

เผยแพร่เมื่อ 10/09/51

 
 
 
 

ชื่อเรื่อง การพัฒนาชุดฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลที่เน้นทักษะการปฏิบัติ  กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา (วิชาพลศึกษา)
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ผู้วิจัย นายไพรัช   หนักไหล่

สังกัด โรงเรียนบ้านประทุนอายอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต1

เผยแพร่เมื่อ 14/09/51

 
 
 
 

ชื่อเรื่อง     รายงานผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบการตัดสินใจอย่างฉลาด โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป  เรื่อง สุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพละศึกษา  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ผู้ศึกษา           นางวราลักษณ์  สมัยกลาง    
หน่วยงาน            โรงเรียนบ้านหมัน
ปีที่พิมพ์               2552

บทคัดย่อ

                   การส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงเพื่อให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้ในการพัฒนาครั้งนี้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันมีสุขภาพดีมีความสุขเป็นสิ่งที่สำคัญ  การศึกษาในครั้งนี้มีความมุ่งหมาย ดังนี้  1) เพื่อการพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป  เรื่อง  สุขบัญญัติแห่งชาติ  10  ประการ  กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3 โดยใช้การเรียนรู้แบบการตัดสินใจอย่างฉลาดที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80   2)  เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการใช้บทเรียนสำเร็จรูป  เรื่อง  สุขบัญญัติแห่งชาติ  10  ประการ   กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3 โดยใช้การเรียนรู้แบบการตัดสินใจอย่างฉลาด  3)  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป  เรื่อง  สุขบัญญัติแห่งชาติ  10  ประการ   กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา   ชั้นประถมศึกษาปีที่  3   โดยใช้การเรียนรู้แบบการตัดสินใจอย่างฉลาด  กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3 โรงเรียนบ้านหมัน    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา  เขต 6  ภาคเรียนที่  1   ปีการศึกษา  2552  จำนวน  1  ห้องเรียน  จำนวน  19  คน  ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง  (Purposive  Sampling)  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ บทเรียนสำเร็จรูป  10   ชุด  แผนการจัดการเรียนรู้  จำนวน  10  แผน   หน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการ  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  จำนวน  20  ข้อ  มีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง  0.67 - 1.00   ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม  เท่ากับ  0.74  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล  คือ  ร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ()  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 
ผลการศึกษาปรากฏ  ดังนี้
1. บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง สุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ กลุ่มสาระการเรียนรู้
สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3   โดยใช้การเรียนรู้แบบการตัดสินใจอย่างฉลาด   
ที่มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 82.20/82.00
2. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน   เรื่อง         สุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
โดยใช้การเรียนรู้แบบการตัดสินใจอย่างฉลาด   คะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้  ก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 47.00   และหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 82.00 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 
3.  ดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้ด้วยบทเรียนสำเร็จรูปเรื่อง สุขบัญญัติแห่งชาติ 
10 ประการ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้การเรียนรู้
แบบการตัดสินใจอย่างฉลาด มีค่าเท่ากับ  0.6603   แสดงว่านักเรียน มีความรู้เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 
66.03
สรุปได้ว่า  บทเรียนสำเร็จรูปเรื่อง  สุขบัญญัติแห่งชาติ  10 ประการ กลุ่มสาระการเรียนรู้
สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3 โดยใช้การเรียนรู้แบบการตัดสินใจอย่างฉลาด   เมื่อนำไปจัดกิจกรรม ทำให้นักเรียนเกิดประสิทธิภาพตามเกณฑ์   มีความก้าวหน้าในการเรียนรู้ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งในการพัฒนาครั้งนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ในเรื่องอื่น ๆ ได้

เผยแพร่เมื่อ 12/10/52

 
   
 

ดูเอกสารงานวิจัยทั้งหมดเพิ่มเติม

<= กลับหน้าหลัก