![]() ![]() |
||
ชื่อเรื่อง - การศึกษาสภาพการดำเนินการทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ผู้รายงาน นายเปโส ขบวนดี สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ปีการศึกษา 2550
>> โหลดไฟล์ทั้งหมด หนังสือขอความอนุเคราะห์ เผยแพร่เมื่อ : 03/07/2551 |
||
![]() ![]() |
||
ชื่อเรื่อง - การศึกษาสภาพการดำเนินการทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ผู้รายงาน นายอิศรพงษ์ แสงตะวัน สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ปีการศึกษา 2550
เผยแพร่เมื่อ : 03/07/2551 |
||
![]() ![]() |
||
ชื่อเรื่อง ปัญหาในทางกฎหมายเกี่ยวกับการใช้งานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมาย ศึกษางานวรรณกรรมตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ผู้วิจัย นายเปโส ขบวนดี 5124012003 บทคัดย่อ เผยแพร่เมื่อ : 29/08/2551 |
||
![]() ![]() |
||
เผยแพร่เมื่อ : 26/07/2551 |
||
![]() ![]() |
||
ชื่อเรื่อง การศึกษาผลการเรียนรู้ของนักเรียน ความพึงพอใจของนักเรียนต่อกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ชื่อผู้วิจัย สุรชาติ วงเวียน ัสังกัด โรงเรียนบ้านสะโน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ปีที่ทำการวิจัย ปีการศึกษา 2549
บทคัดย่อ การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ เพื่อศึกษาผลการเรียนรู้ของนักเรียน ความพึงพอใจของนักเรียนต่อกิจกรรมการเรียนการสอน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านสะโน อำเภอศีขรภูมิ สังกัดสำนักงานเขตพ้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้คือหลักสูตรบูรณาการ เรื่องการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้ฐานการเรียนรู้ แบบประเมินทักษะ ผลการศึกษาพบว่า ประสิทธิภาพการเรียนการสอนแบบบูรณาการโดยใช้ฐานการเรียนรู้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ (P 1 : P 2 ) เท่ากับ 80 : 70 ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนการสอนแบบบูรณาการโดยใช้ฐานการเรียนรู้ ด้านบทบาทครู มีคะแนนรวมเฉลี่ยเท่ากับ 4.68 ความพึงพอใจ เผยแพร่เมื่อ : 16/07/2551 |
||
![]() ![]() |
||
ชื่อเรื่องวิจัย : รายงานการพัฒนาครูโรงเรียนบ้านไพรษรสำโรงในการจัดการเรียนรู้โดยใช้ เอกสารเสริมความรู้ ชื่อผู้วิจัย : นางสุวัฒนา จิตต์รัตนอรุณ หน่วยงาน โรงเรียนบ้านไพรษรสำโรง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ปีที่วิจัย 2550 บทคัดย่อ
การจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนเป็นผู้ที่มีความสำคัญที่สุด การทำให้ครูผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดการเรียนรู้จำเป็นต้องให้ความรู้แก่ครู ผู้วิจัยจึงได้จัดทำ เอกสารเสริมความรู้ เรื่องการจัดการเรียนรู้ และนำมาดำเนินการวิจัย เรื่องรายงานการพัฒนาครูโรงเรียนบ้าน ไพรษรสำโรงในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารเสริมความรู้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาครูให้มีความรู้ ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารเสริมความรู้และศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือ ครูโรงเรียนบ้านไพรษรสำโรง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 8 คน ดำเนินการวิจัยโดยสอบวัดและประเมินครูก่อนการใช้เอกสารเสริมความรู้ ให้ครูนำเอกสารเสริมความรู้เรื่องการจัดการเรียนรู้ไปศึกษาและใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ดำเนินการสังเกตพฤติกรรมการสอนตลอดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 สอบวัดและประเมินครูหลังการใช้เอกสารเสริมความรู้ และบันทึกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน นำข้อมูลมาวิเคราะห์หาค่าสถิติภาคบรรยาย ค่าคะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยก่อนและหลังการใช้เอกสารเสริมความรู้ และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาครูให้มีความรู้ ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารเสริมความรู้ ครูมีการพัฒนาทุกวิธีการโดยพบว่าการสอบวัดความรู้หลังการใช้เอกสารเสริมความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.25 การประเมินตนเองทั้งด้านความรู้และการปฏิบัติเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.80 ครูเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนพบพฤติกรรมที่พึงประสงค์ร้อยละ 66.44 นอกจากนี้ยังพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.97 - 6.59 เมื่อเปรียบเทียบกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยปีการศึกษา 2548 2549 ข้อเสนอแนะในการวิจัยต่อไป ควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการสร้างและพัฒนาเอกสารเสริมความรู้โดยจัดทำเป็นตอน ๆ ( series) พร้อมแบบฝึกประกอบในแต่ละตอน หรือมีการศึกษาวิธีการหรือกลยุทธ์ในการใช้เอกสารเสริมความรู้วิธีการอื่น ๆ เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการ การนิเทศในรูปแบบต่าง ๆ และ/หรือศึกษาวิจัยการใช้เอกสารเสริมความรู้ในเรื่องอื่น ๆ เช่น การจัดการเรียนรู้แบบเน้นกระบวนการคิด การจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงาน เป็นต้น เผยแพร่เมื่อ : 03/08/2551 |
||
![]() ![]() |
||
| ชื่อเรื่อง : รายงานประเมินโครงการการบริหารงานวิชาการ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ผ่านเครือข่ายบริหารสถานศึกษาแบบบูรณาการ ชื่อผู้ศึกษา ทองสุข รวยสูงเนิน ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ หัวหน้ากลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สถานที่ทำงาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 32000โทรศัพท์ (044) 511419 และ (081) 9672161
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร จากผลการประเมินโครงการบริหารงานวิชาการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ผ่านเครือข่ายบริหารสถานศึกษาแบบบูรณาการ ได้ข้อสรุปว่า งานทางวิชาการของเขตพื้นที่ที่บริหารผ่านเครือข่ายทั้ง 3 ด้าน ประสบผลสำเร็จในระดับดีมากทุกด้าน และจากการสรุปข้อมูลสนทนากลุ่มครูผู้สอน และผู้บริหารสถานศึกษา มีความเห็นว่าเป็นแนวทางที่ดีได้ประโยชน์ทั้งนักเรียน ครู และผู้บริหาร และมีผลดีในภาพรวมของเขตพื้นที่ และยินดีร่วมมือดำเนินกิจกรรมทางวิชาการในลักษณะนี้ต่อไป มีข้อควรพิจารณาในประเด็นการสนับสนุนงบประมาณ จะยั่งยืนถาวรเพียงใด การมอบหมายงานในแต่ละปีให้ชัดเจนและดำเนินการได้ตั้งแต่ต้นปี โดยให้คำนึงถึงผลกระทบต่อการให้ครูออกนอกสถานศึกษา รวมทั้งการนิเทศ สนับสนุน ส่งเสริมด้านวิชาการ อย่างต่อเนื่อง ครูยังต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อชี้แนะการปฏิบัติงานในด้านการเรียนการสอน การบริหารจัดการในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ข้อสรุปข้างต้น เป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจดำเนินกิจกรรมทางวิชาการ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์สุรินทร์ เขต 1 ในอนาคต ซึ่งอาจต้องตรวจสอบ ทบทวนนโยบายบางประการ ในการส่งเสริม สนับสนุนเครือข่ายบริหารสถานศึกษาแบบบูรณาการ ให้ปฏิบัติงานได้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลยิ่ง ๆ ต่อไปอีก และเป็นข้อมูลสำหรับผู้บริหารเครือข่ายบริหารสถานศึกษาแบบบูรณาการ ได้ตรวจสอบ ทบทวนกิจกรรมทางวิชาการที่เครือข่ายปฏิบัติ ให้ตอบสนองต่อปัญหาความต้องการของสถานศึกษาในเครือข่าย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพนักเรียน ครู ผู้บริหาร และสถานศึกษาในเครือข่ายอย่างแท้จริง เผยแพร่เมื่อ : 03/08/2551 |
||
![]() ![]() |
||
ชื่อเรื่อง : การวิจัยและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนา ทักษะการคิดสำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชื่อผู้ศึกษา : ทองสุข รวยสูงเนิน ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ หัวหน้ากลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สถานที่ทำงาน : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 32000โทรศัพท์ (044) 511419 และ (081) 9672161
บทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดสำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดสำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และศึกษาผลการใช้รูปแบบที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพครูและนักเรียนในการจัดการเรียนการสอนทักษะการคิด โดยผู้วิจัยได้สังเคราะห์แนวคิดเกี่ยวกับการคิดของนักการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ กำหนดเป็นโครงสร้างทักษะการคิดที่สอดคล้อง กับหลักสูตรและทิศทางการจัดการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สร้างรูปแบบการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการคิด แบ่งเป็นรูปแบบย่อยๆ ประกอบกัน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1 ) รูปแบบ การบูรณาการทักษะการคิดในหลักสูตรการออกแบบการเรียนรู้ระดับหน่วยการเรียน (FACT MODEL) 2 ) รูปแบบการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด (PDExEn MODEL) และ 3 ) รูปแบบการประเมินผลการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด (EAR MODEL) และเอกสารประกอบรูปแบบ 3 เล่ม เป็นผลิตภัณฑ์เบื้องต้นของรูปแบบ (Prototype) ดำเนินการวิจัยพัฒนา 4 ระยะ ต่อเนื่องกัน คือ ระยะที่ 1 สร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ (Product Development Prototype) ระยะที่ 2 ทดสอบภาคสนามเบื้องต้น (Preliminary Field Testing and Revision) ระยะที่ 3 ทดสอบภาคสนามครั้งสำคัญและปรับปรุงประสิทธิภาพ (Main Field Testing and Revision) และระยะที่ 4 ทดสอบภาคสนาม เชิงปฏิบัติการและปรับปรุงแก้ไขครั้งสุดท้าย (Operational Field Testing and Final Revision) ดำเนินการทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นครูและนักเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 เป็นเวลา 3 ปีเศษ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ ประเมินความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครูและประเมินทักษะการคิดของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยและค่าร้อยละ กำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพของรูปแบบ E 1 / E 2 = 75 / 75 ปรากฏผลการวิจัย ดังนี้ 1. ผลการทดสอบประสิทธิภาพรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด สำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้น พบว่า 1.1 ประสิทธิภาพของการพัฒนาครูการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนา ทักษะการคิด มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดทุกระยะของการทดสอบประสิทธิภาพ 1.2 ประสิทธิภาพของการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะ การคิดสำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานไปใช้ในห้องเรียนของครูผู้สอน มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดทุกระยะของการทดสอบประสิทธิภาพ 2. ผลการศึกษาผลการใช้รูปแบบที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพครูและนักเรียน ในการจัดการเรียนการสอนทักษะการคิด พบว่า 2.1 การพัฒนาคุณภาพครูด้านความสามารถในการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดตามรูปแบบที่กำหนด ในเรื่องการออกแบบการเรียนรู้บูรณาการทักษะการคิดระดับหน่วยการเรียน การวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การสร้างเครื่องมือและเกณฑ์ การประเมินผลการเรียนรู้ พฤติกรรมการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการคิด มีคะแนนเฉลี่ยระดับดีทุกมิติการประเมิน คะแนนรวมเฉลี่ยร้อยละความสามารถของครูในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ อยู่ในระดับดี ทุกกลุ่มสาระและทุกมิติการประเมินจากการทดสอบ ทั้ง 3 ระยะ 2.2 การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านทักษะการคิด นักเรียนทั้งระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละผลการทดสอบอยู่ในระดับดีทุกมิติการประเมิน ทุกชั้นทุกระยะการทดสอบ 2.3 ความคิดเห็นความรู้สึกของครูต่อการใช้รูปแบบจากการสนทนากลุ่ม ครูเห็นว่า ครูเข้าใจในกระบวนการพัฒนาทักษะการคิดตามรูปแบบ และสามารถนำไปใช้ได้อย่างมั่นใจ พอใจที่ใช้รูปแบบแล้วนักเรียนเรียนรู้ด้วยความสนใจ มีผลการเรียนดีขึ้นและเกิดนิสัยการคิดที่ดี ในภาพรวมรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดสำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สร้างและพัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมระดับดี มีประสิทธิภาพการนำไปใช้ระดับดีสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด เผยแพร่เมื่อ : 03/08/2551 |
||
![]() ![]() |
||
ชื่อเรื่อง รายงานการประเมินโครงการเยี่ยมบ้าน โรงเรียนบ้านจบก ชื่อผู้ประเมินโครงการ นายชัยยุทธ หิรัญวิบูลย์ บทสรุปของผู้บริหาร การประเมินโครงการเยี่ยมบ้าน ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ความสอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และข้อมูลพื้นฐานของนักเรียน ความเหมาะสมของปัจจัยเบื้องต้น ที่ใช้ในการดำเนินงานจัดกิจกรรม กระบวนการปฏิบัติตามภารกิจใน ด้านการศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานนักเรียนรายบุคคลก่อนการดำเนินโครงการเยี่ยมบ้าน ในด้านสภาพครอบครัวโดยแยกเป็นด้านเศรษฐกิจ ระหว่างดำเนินการตามโครงการเยี่ยมบ้าน ทำให้ได้ข้อมูลนักเรียนรายบุคคลที่เป็นข้อมูลตามสภาพจริง ซึ่งจะทำให้รู้ปัญหา รู้จุดเด่น จุดด้อยของนักเรียนที่จะป้องกันแก้ไข ส่งเสริมหรือสนับสนุนต่อไปได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังทำให้ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนมีความใกล้ชิดและมีความสัมพันธ์กันในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังคงมีปัญหาและอุปสรรคคือ การไม่พบพ่อ แม่ของนักเรียนครบทุกบ้าน เนื่องจากไปรับจ้างทำงานต่างจังหวัด พบแต่ตายายอยู่ดูแลทำให้ได้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน หลังการดำเนินงานทำให้เห็นสภาพปัญหา และสามารถจัดลำดับความสำคัญของปัญหาสามารถป้องกัน แก้ไข หรือส่งเสริมสนับสนุน ได้รวดเร็วและตรงกับสภาพความเป็นจริง ผู้ปกครองให้ความร่วมมือ พอใจ ยอมรับฟังความคิดเห็นและพร้อมที่จะช่วยป้องกัน แก้ไข ผลการประเมินระดับความพึงพอใจของครู กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองและนักเรียนต่อสภาพแวดล้อมในด้านความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายของหน่วยงาน และความต้องการ ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาของครู , กรรมการสถานศึกษา , ผู้ปกครอง กับความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการ และนโยบายของหน่วยงาน พบว่าการศึกษาของครู กรรมการสถานศึกษา มีความสัมพันธ์กัน สำหรับผู้ปกครอง การศึกษาไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องต่อความสอดคล้องของวัตถุประสงค์กับนโยบายและความต้องการ ผลการประเมินระดับความพึงพอใจจากการประเมินความเหมาะสมของปัจจัยเบื้องต้นที่ใช้ในการดำเนินงานจัดกิจกรรม พบว่า ครู ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาของครู , กรรมการสถานศึกษา , ผู้ปกครอง กับ ความเหมาะสมของปัจจัยที่ใช้ในการดำเนิน ผลการประเมินระดับความพึงพอใจ จากการประเมินความพึงพอใจต่อกระบวนการดำเนินงาน ตามโครงการเยี่ยมบ้านโรงเรียนบ้านจบก พบว่าโดยรวมอยู่ในระดับมากทุกเรื่อง โดยแยกเป็นด้านการศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา ด้านการวางแผน ด้านการดำเนินงานและด้านการ ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาของครู , กรรมการสถานศึกษา , ผู้ปกครอง กับกระบวนการดำเนินงานของครู ,
จากการประเมิน ระดับ ความพึงพอใจต่อผลผลิตที่เกิดขึ้น ของการปฏิบัติตามโครงการ ในการจัดทำโครงการเยี่ยมบ้านของ ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาของครู , กรรมการสถานศึกษา , ผู้ปกครอง กับผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานพบว่า การศึกษาของกรรมการสถานศึกษามีความสัมพันธ์กับผลที่เกิดขึ้น ส่วนการศึกษาครู ผู้ปกครองไม่มีความสัมพันธ์ สรุปได้ว่าการประเมินโครงการเยี่ยมบ้าน ครู กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับมากทุกเรื่อง คือ ความเหมาะสมของปัจจัยเบื้องต้นที่ใช้ในการดำเนินงานจัดกิจกรรม ความพึงพอใจต่อกระบวนการดำเนินงาน และความพึงพอใจ ด้านคุณลักษณะของนักเรียน นักเรียนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่น่าพอใจ สามารถเรียนได้เต็มศักยภาพ และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และการทำงาน นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น และได้รับความช่วยเหลือทางด้านต่าง ๆ ด้านการบริหารและการจัดการ ได้รับการคัดเลือกเป็นโรงเรียนที่มีนวัตกรรมด้านการบริหาร กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ครอบครัวลูกดก ควรดำเนินโครงการต่อไป ด้วยการจัดกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลาย โดยประสานขอความร่วมมือกับทุกฝ่าย ทั้งภายในและภายนอกองค์กรเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและตรงกับความต้องการ เผยแพร่เมื่อ : 09/09/2551 |
||
![]() ![]() |
||
ชื่อเรื่อง การพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้โดยการประยุกต์ใช้พหุปัญญา โรงเรียนบ้านลังโกม อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ผู้วิจัย ศิรสิทธิ์ สุขบันเทิง สังกัด โรงเรียนบ้านลังโกม อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ สพท.สร.3 เผยแพร่เมื่อ : 09/09/2551 |
||
ชื่อเรื่อง : ความพึงพอใจต่อการจัดทำและการรับบริการวารสาร ซเร็นสาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ผู้วิจัย : นายสำเริง บุญโต เผยแพร่เมื่อ : 24/09/51 |
||
ชื่อเรื่อง การพัฒนาครูแกนนำปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อประเมินรับรองเป็นครูต้นแบบ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ผู้ศึกษา นายสมศักดิ์ จันทิมา ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 เผยแพร่เมื่อ : 26/09/51 |
||
ชื่อเรื่อง การศึกษาสภาพการดำเนินงานกองทุนนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 1 ผู้ศึกษา นายอภัย ไพรสินธุ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ................ เผยแพร่เมื่อ : 29/09/51 |
||
ชื่อเรื่อง การศึกษาสภาพการดำเนินงานระบบดูแลและช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 1 ผู้ศึกษา นายวันชัย คำพาวงศ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 . เผยแพร่เมื่อ : 01/10/51 |
||
รายงานเรื่อง การศึกษารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในงานปกครองนักเรียน
ช่วงชั้นที่ 2 โรงเรียนบ้านนาเกา เผยแพร่เมื่อ : 07/10/51 |
||
เผยแพร่เมื่อ : 13/10/51 |
||
เผยแพร่เมื่อ : 31/10/51 |
||
เผยแพร่เมื่อ : 17/11/51 |
||
เผยแพร่เมื่อ : 06/03/52 |
||
เผยแพร่เมื่อ : 21/04/53 |
||
![]() ![]() |
||