ชื่อเรื่อง - การศึกษาสภาพการดำเนินการทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1
ปีการศึกษา 2550

ผู้รายงาน นายเปโส ขบวนดี

สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ปีการศึกษา 2550

>> โหลดไฟล์ทั้งหมด หนังสือขอความอนุเคราะห์

เผยแพร่เมื่อ : 03/07/2551

 
   
 
 
 

ชื่อเรื่อง - การศึกษาสภาพการดำเนินการทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1
ปีการศึกษา 2550

ผู้รายงาน นายอิศรพงษ์ แสงตะวัน

สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ปีการศึกษา 2550

โหลดไฟล์ทั้งหมด

เผยแพร่เมื่อ : 03/07/2551

 
 
 
   
 

 

ชื่อเรื่อง ปัญหาในทางกฎหมายเกี่ยวกับการใช้งานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมาย ศึกษางานวรรณกรรมตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์
พ.ศ.2537

ผู้วิจัย นายเปโส ขบวนดี 5124012003

บทคัดย่อ

เผยแพร่เมื่อ : 29/08/2551

 
 
 
   
 

เผยแพร่เมื่อ : 26/07/2551

 
 
 
   
 

 

ชื่อเรื่อง การศึกษาผลการเรียนรู้ของนักเรียน ความพึงพอใจของนักเรียนต่อกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการ

ชื่อผู้วิจัย สุรชาติ วงเวียน

สังกัด โรงเรียนบ้านสะโน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ปีที่ทำการวิจัย ปีการศึกษา 2549

 

บทคัดย่อ

การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ เพื่อศึกษาผลการเรียนรู้ของนักเรียน ความพึงพอใจของนักเรียนต่อกิจกรรมการเรียนการสอน
แบบบูรณาการโดยใช้ฐานการเรียนรู้ และความพึงพอใจของชุมชนต่อการการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้ฐานการเรียนรู้

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านสะโน อำเภอศีขรภูมิ สังกัดสำนักงานเขตพ้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1
ปีการศึกษา 2549 ช่วงชั้นที่ 1 - 2 จำนวน 120 คน ซึ่งการเลือกกลุ่มตัวอย่างจำนวนนักเรียนเป็นแบบเจาะจง และประชากรในเขตบริการ
ของโรงเรียนทั้งหมด 3 หมู่บ้าน จำนวน 60 คน ซึ่งการเลือกกลุ่มตัวอย่างจำนวนประชากรในชุมชน เป็นการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม โดยแบ่งเป็น
หมู่บ้านละ 2 คน เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้ฐานการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ (P 1 : P 2 ) เท่ากับ 80 : 70 ซึ่งความพึงพอใจของนักเรียนต่อกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการโดนใช้ฐานการเรียนรู้และความพึงพอใจของชุมชนต่อการพัฒนา
การเรียน การสอแบบบูรณาการโดยใช้ฐานการเรียนรู้ ระยะเวลาทดลอง 4 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 1 - 30 กรกฎาคม 2549

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้คือหลักสูตรบูรณาการ เรื่องการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้ฐานการเรียนรู้ แบบประเมินทักษะ
ด้านต่างๆของนักเรียนแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนต่อกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการโดยใช้ฐานการเรียนรู้และแบบวัด
ความพึงพอใจของชุมชนต่อการพัฒนาการเรียน การสอนแบบบูรณาการโดยใช้ฐานการเรียนรู้ แล้วนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ
พื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ การหาค่าประสิทธิภาพ P 1 : P 2

ผลการศึกษาพบว่า

ประสิทธิภาพการเรียนการสอนแบบบูรณาการโดยใช้ฐานการเรียนรู้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ (P 1 : P 2 ) เท่ากับ 80 : 70 ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนการสอนแบบบูรณาการโดยใช้ฐานการเรียนรู้ ด้านบทบาทครู มีคะแนนรวมเฉลี่ยเท่ากับ 4.68 ความพึงพอใจ
อยู่ในระดับมาก ด้านบทบาทนักเรียน มีคะแนนรวมเฉลี่ย 4.36 ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากและด้านกิจกรรมการเรียนการสอน มีคะแนนรวมเฉลี่ย
เท่ากับ 4.68 ความคดเห็นของครูต่อกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการโดยใช้ฐานการเรียนรู้มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.96 ความเห็นอยู่
ในระดับมาก ความพึงพอใจของชุมชนต่อการพัฒนาการเรียนการสอนแบบบูรณาการโดยใช้ฐานการเรียนรู้ มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.36 ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก

เผยแพร่เมื่อ : 16/07/2551

 
 
 
   
 

 

ชื่อเรื่องวิจัย : รายงานการพัฒนาครูโรงเรียนบ้านไพรษรสำโรงในการจัดการเรียนรู้โดยใช้

เอกสารเสริมความรู้

ชื่อผู้วิจัย : นางสุวัฒนา จิตต์รัตนอรุณ

หน่วยงาน โรงเรียนบ้านไพรษรสำโรง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์

ปีที่วิจัย 2550

บทคัดย่อ

 

การจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนเป็นผู้ที่มีความสำคัญที่สุด การทำให้ครูผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดการเรียนรู้จำเป็นต้องให้ความรู้แก่ครู ผู้วิจัยจึงได้จัดทำ เอกสารเสริมความรู้ เรื่องการจัดการเรียนรู้ และนำมาดำเนินการวิจัย เรื่องรายงานการพัฒนาครูโรงเรียนบ้าน ไพรษรสำโรงในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารเสริมความรู้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาครูให้มีความรู้ ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารเสริมความรู้และศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือ ครูโรงเรียนบ้านไพรษรสำโรง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 8 คน ดำเนินการวิจัยโดยสอบวัดและประเมินครูก่อนการใช้เอกสารเสริมความรู้ ให้ครูนำเอกสารเสริมความรู้เรื่องการจัดการเรียนรู้ไปศึกษาและใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ดำเนินการสังเกตพฤติกรรมการสอนตลอดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 สอบวัดและประเมินครูหลังการใช้เอกสารเสริมความรู้ และบันทึกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน นำข้อมูลมาวิเคราะห์หาค่าสถิติภาคบรรยาย ค่าคะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยก่อนและหลังการใช้เอกสารเสริมความรู้ และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน

ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาครูให้มีความรู้ ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารเสริมความรู้ ครูมีการพัฒนาทุกวิธีการโดยพบว่าการสอบวัดความรู้หลังการใช้เอกสารเสริมความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.25 การประเมินตนเองทั้งด้านความรู้และการปฏิบัติเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.80 ครูเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนพบพฤติกรรมที่พึงประสงค์ร้อยละ 66.44 นอกจากนี้ยังพบว่า

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.97 - 6.59 เมื่อเปรียบเทียบกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยปีการศึกษา 2548 – 2549

ข้อเสนอแนะในการวิจัยต่อไป ควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการสร้างและพัฒนาเอกสารเสริมความรู้โดยจัดทำเป็นตอน ๆ ( series) พร้อมแบบฝึกประกอบในแต่ละตอน หรือมีการศึกษาวิธีการหรือกลยุทธ์ในการใช้เอกสารเสริมความรู้วิธีการอื่น ๆ เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการ การนิเทศในรูปแบบต่าง ๆ และ/หรือศึกษาวิจัยการใช้เอกสารเสริมความรู้ในเรื่องอื่น ๆ เช่น การจัดการเรียนรู้แบบเน้นกระบวนการคิด การจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงาน เป็นต้น

เผยแพร่เมื่อ : 03/08/2551

 
 
 
   
  ชื่อเรื่อง : รายงานประเมินโครงการการบริหารงานวิชาการ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1
ผ่านเครือข่ายบริหารสถานศึกษาแบบบูรณาการ

ชื่อผู้ศึกษา ทองสุข รวยสูงเนิน

ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ

หัวหน้ากลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา

สถานที่ทำงาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 32000
โทรศัพท์ (044) 511419 และ (081) 9672161

 

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

จากผลการประเมินโครงการบริหารงานวิชาการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ผ่านเครือข่ายบริหารสถานศึกษาแบบบูรณาการ ได้ข้อสรุปว่า งานทางวิชาการของเขตพื้นที่ที่บริหารผ่านเครือข่ายทั้ง 3 ด้าน ประสบผลสำเร็จในระดับดีมากทุกด้าน และจากการสรุปข้อมูลสนทนากลุ่มครูผู้สอน และผู้บริหารสถานศึกษา มีความเห็นว่าเป็นแนวทางที่ดีได้ประโยชน์ทั้งนักเรียน ครู และผู้บริหาร และมีผลดีในภาพรวมของเขตพื้นที่ และยินดีร่วมมือดำเนินกิจกรรมทางวิชาการในลักษณะนี้ต่อไป มีข้อควรพิจารณาในประเด็นการสนับสนุนงบประมาณ จะยั่งยืนถาวรเพียงใด การมอบหมายงานในแต่ละปีให้ชัดเจนและดำเนินการได้ตั้งแต่ต้นปี โดยให้คำนึงถึงผลกระทบต่อการให้ครูออกนอกสถานศึกษา รวมทั้งการนิเทศ สนับสนุน ส่งเสริมด้านวิชาการ อย่างต่อเนื่อง ครูยังต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อชี้แนะการปฏิบัติงานในด้านการเรียนการสอน การบริหารจัดการในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

ข้อสรุปข้างต้น เป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจดำเนินกิจกรรมทางวิชาการ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์สุรินทร์ เขต 1 ในอนาคต ซึ่งอาจต้องตรวจสอบ ทบทวนนโยบายบางประการ ในการส่งเสริม สนับสนุนเครือข่ายบริหารสถานศึกษาแบบบูรณาการ ให้ปฏิบัติงานได้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลยิ่ง ๆ ต่อไปอีก และเป็นข้อมูลสำหรับผู้บริหารเครือข่ายบริหารสถานศึกษาแบบบูรณาการ ได้ตรวจสอบ ทบทวนกิจกรรมทางวิชาการที่เครือข่ายปฏิบัติ ให้ตอบสนองต่อปัญหาความต้องการของสถานศึกษาในเครือข่าย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพนักเรียน ครู ผู้บริหาร และสถานศึกษาในเครือข่ายอย่างแท้จริง

>> (โหลดไฟล์ทั้งหมด)

เผยแพร่เมื่อ : 03/08/2551

 
 
 
   
 

ชื่อเรื่อง : การวิจัยและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนา ทักษะการคิดสำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(THE STUDY OF TEACHING AND LEARNING THINKING SKILLS MODELS IN BASIC EDUCATION)

ชื่อผู้ศึกษา : ทองสุข รวยสูงเนิน ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ

หัวหน้ากลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา

สถานที่ทำงาน : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 32000
โทรศัพท์ (044) 511419 และ (081) 9672161

 

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดสำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(THE STUDY OF TEACHING AND LEARNING THINKING SKILLS MODELS IN BASIC EDUCATION)

การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดสำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และศึกษาผลการใช้รูปแบบที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพครูและนักเรียนในการจัดการเรียนการสอนทักษะการคิด โดยผู้วิจัยได้สังเคราะห์แนวคิดเกี่ยวกับการคิดของนักการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ กำหนดเป็นโครงสร้างทักษะการคิดที่สอดคล้อง กับหลักสูตรและทิศทางการจัดการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สร้างรูปแบบการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการคิด แบ่งเป็นรูปแบบย่อยๆ ประกอบกัน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1 ) รูปแบบ การบูรณาการทักษะการคิดในหลักสูตรการออกแบบการเรียนรู้ระดับหน่วยการเรียน (FACT MODEL) 2 ) รูปแบบการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด (PDExEn MODEL) และ 3 ) รูปแบบการประเมินผลการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด (EAR MODEL) และเอกสารประกอบรูปแบบ 3 เล่ม เป็นผลิตภัณฑ์เบื้องต้นของรูปแบบ (Prototype) ดำเนินการวิจัยพัฒนา 4 ระยะ ต่อเนื่องกัน คือ ระยะที่ 1 สร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ (Product Development Prototype) ระยะที่ 2 ทดสอบภาคสนามเบื้องต้น (Preliminary Field Testing and Revision) ระยะที่ 3 ทดสอบภาคสนามครั้งสำคัญและปรับปรุงประสิทธิภาพ (Main Field Testing and Revision) และระยะที่ 4 ทดสอบภาคสนาม เชิงปฏิบัติการและปรับปรุงแก้ไขครั้งสุดท้าย (Operational Field Testing and Final Revision) ดำเนินการทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นครูและนักเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 เป็นเวลา 3 ปีเศษ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ ประเมินความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครูและประเมินทักษะการคิดของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยและค่าร้อยละ กำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพของรูปแบบ E 1 / E 2 = 75 / 75 ปรากฏผลการวิจัย ดังนี้

1. ผลการทดสอบประสิทธิภาพรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด

สำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้น พบว่า

1.1 ประสิทธิภาพของการพัฒนาครูการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนา ทักษะการคิด มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดทุกระยะของการทดสอบประสิทธิภาพ

1.2 ประสิทธิภาพของการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะ

การคิดสำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานไปใช้ในห้องเรียนของครูผู้สอน มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดทุกระยะของการทดสอบประสิทธิภาพ

2. ผลการศึกษาผลการใช้รูปแบบที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพครูและนักเรียน ในการจัดการเรียนการสอนทักษะการคิด พบว่า

2.1 การพัฒนาคุณภาพครูด้านความสามารถในการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดตามรูปแบบที่กำหนด ในเรื่องการออกแบบการเรียนรู้บูรณาการทักษะการคิดระดับหน่วยการเรียน การวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การสร้างเครื่องมือและเกณฑ์ การประเมินผลการเรียนรู้ พฤติกรรมการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการคิด มีคะแนนเฉลี่ยระดับดีทุกมิติการประเมิน คะแนนรวมเฉลี่ยร้อยละความสามารถของครูในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ อยู่ในระดับดี ทุกกลุ่มสาระและทุกมิติการประเมินจากการทดสอบ ทั้ง 3 ระยะ

2.2 การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านทักษะการคิด นักเรียนทั้งระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละผลการทดสอบอยู่ในระดับดีทุกมิติการประเมิน ทุกชั้นทุกระยะการทดสอบ

2.3 ความคิดเห็นความรู้สึกของครูต่อการใช้รูปแบบจากการสนทนากลุ่ม ครูเห็นว่า ครูเข้าใจในกระบวนการพัฒนาทักษะการคิดตามรูปแบบ และสามารถนำไปใช้ได้อย่างมั่นใจ พอใจที่ใช้รูปแบบแล้วนักเรียนเรียนรู้ด้วยความสนใจ มีผลการเรียนดีขึ้นและเกิดนิสัยการคิดที่ดี

ในภาพรวมรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดสำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สร้างและพัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมระดับดี มีประสิทธิภาพการนำไปใช้ระดับดีสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

(โหลดไฟล์ทั้งหมด)

เผยแพร่เมื่อ : 03/08/2551

 
 
 
   
 

ชื่อเรื่อง รายงานการประเมินโครงการเยี่ยมบ้าน โรงเรียนบ้านจบก

ชื่อผู้ประเมินโครงการ นายชัยยุทธ หิรัญวิบูลย์

 

บทสรุปของผู้บริหาร

การประเมินโครงการเยี่ยมบ้าน ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ความสอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และข้อมูลพื้นฐานของนักเรียน

ความเหมาะสมของปัจจัยเบื้องต้น ที่ใช้ในการดำเนินงานจัดกิจกรรม กระบวนการปฏิบัติตามภารกิจใน ด้านการศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา
การวางแผน การดำเนินงาน การประเมินผล ผลที่เกิดขึ้น และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาของครู กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองและนักเรียนกับปัจจัยต่าง ๆ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลมีจำนวนทั้งสิ้น 215 คน โดยใช้การเก็บข้อมูลทุกคน ไม่มีกลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย ครูกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประกอบด้วยแบบโครงการเยี่ยมบ้าน 1-7 รวมจำนวน 7 แบบ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ แบบสอบถามประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย
ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าความสัมพันธ์ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS for Windows ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาผลการประเมินและข้อเสนอแนะ สรุปได้ดังนี้

ผลการประเมิน

ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานนักเรียนรายบุคคลก่อนการดำเนินโครงการเยี่ยมบ้าน ในด้านสภาพครอบครัวโดยแยกเป็นด้านเศรษฐกิจ
โดยรวมจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ด้านความอบอุ่นในครอบครัว พบปัญหาการขาดความอบอุ่นด้านสภาพในโรงเรียนโดยแยกเป็นด้านการเรียนโดยรวมจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง มีผลการเรียนต่ำ ด้านความพอเพียงของอุปกรณ์การเรียน โดยรวมพบปัญหา และผลการรายงานประเมินตนเองของบุคลากรในโรงเรียนครูผู้สอนทุกคนมีความเห็นว่ามีความจำเป็นในการดำเนินงาน เกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กนักเรียนในด้านต่าง ๆและต้องการรับความช่วยเหลือ

ระหว่างดำเนินการตามโครงการเยี่ยมบ้าน ทำให้ได้ข้อมูลนักเรียนรายบุคคลที่เป็นข้อมูลตามสภาพจริง ซึ่งจะทำให้รู้ปัญหา รู้จุดเด่น จุดด้อยของนักเรียนที่จะป้องกันแก้ไข ส่งเสริมหรือสนับสนุนต่อไปได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังทำให้ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนมีความใกล้ชิดและมีความสัมพันธ์กันในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังคงมีปัญหาและอุปสรรคคือ การไม่พบพ่อ แม่ของนักเรียนครบทุกบ้าน เนื่องจากไปรับจ้างทำงานต่างจังหวัด พบแต่ตายายอยู่ดูแลทำให้ได้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน

หลังการดำเนินงานทำให้เห็นสภาพปัญหา และสามารถจัดลำดับความสำคัญของปัญหาสามารถป้องกัน แก้ไข หรือส่งเสริมสนับสนุน ได้รวดเร็วและตรงกับสภาพความเป็นจริง ผู้ปกครองให้ความร่วมมือ พอใจ ยอมรับฟังความคิดเห็นและพร้อมที่จะช่วยป้องกัน แก้ไข
หรือส่งเสริมสนับสนุน นักเรียนมีความเอาใจใส่ต่อการเรียนเพิ่มมากขึ้น นักเรียนร่าเริงแจ่มใส และมีความกระตือรือร้น นักเรียน
ช่วยเหลืองานทางบ้านมากขึ้น มีเหตุผลและสามารถปรับตัวได้

ผลการประเมินระดับความพึงพอใจของครู กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองและนักเรียนต่อสภาพแวดล้อมในด้านความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายของหน่วยงาน และความต้องการ
ของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง พบว่า ครู กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียน มีความพึงพอใจ โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าครูพึงพอใจมากที่สุด รองลงมาคือนักเรียน ผู้ปกครอง และกรรมการสถานศึกษา ตามลำดับ

ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาของครู , กรรมการสถานศึกษา ,

ผู้ปกครอง กับความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการ และนโยบายของหน่วยงาน

พบว่าการศึกษาของครู กรรมการสถานศึกษา มีความสัมพันธ์กัน สำหรับผู้ปกครอง การศึกษาไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องต่อความสอดคล้องของวัตถุประสงค์กับนโยบายและความต้องการ

ผลการประเมินระดับความพึงพอใจจากการประเมินความเหมาะสมของปัจจัยเบื้องต้นที่ใช้ในการดำเนินงานจัดกิจกรรม พบว่า ครู
กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียน มีความพึงพอใจ โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่านักเรียนพึงพอใจมากที่สุด
รองลงมา อยู่ในระดับมาก คือครู ผู้ปกครอง และกรรมการสถานศึกษาตามลำดับ

ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาของครู , กรรมการสถานศึกษา , ผู้ปกครอง กับ ความเหมาะสมของปัจจัยที่ใช้ในการดำเนิน
โครงการพบว่า การศึกษาของครูและกรรมการสถานศึกษามีความสัมพันธ์ต่อความเหมาะสมของปัจจัยที่ใช้ในการดำเนินงาน ส่วน
การศึกษาของ ผู้ปกครอง ไม่มีความสัมพันธ์กับปัจจัยในการดำเนินงาน

ผลการประเมินระดับความพึงพอใจ จากการประเมินความพึงพอใจต่อกระบวนการดำเนินงาน ตามโครงการเยี่ยมบ้านโรงเรียนบ้านจบก พบว่าโดยรวมอยู่ในระดับมากทุกเรื่อง โดยแยกเป็นด้านการศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา ด้านการวางแผน ด้านการดำเนินงานและด้านการ
ประเมินผล

ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาของครู , กรรมการสถานศึกษา , ผู้ปกครอง กับกระบวนการดำเนินงานของครู ,
กรรม การสถาน ศึกษามีความสัมพันธ์ และการศึกษาของผู้ปกครองไม่มีความสัมพันธ์

 

จากการประเมิน ระดับ ความพึงพอใจต่อผลผลิตที่เกิดขึ้น ของการปฏิบัติตามโครงการ ในการจัดทำโครงการเยี่ยมบ้านของ
โรงเรียนบ้านจบก พบว่าโดยรวมอยู่ในระดับ มากเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าครูมีความพึงพอใจมากที่สุด รองลงมาอยู่ในระดับ
มากคือนักเรียน ผู้ปกครอง และกรรมการสถานศึกษา

ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาของครู , กรรมการสถานศึกษา , ผู้ปกครอง กับผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานพบว่า การศึกษาของกรรมการสถานศึกษามีความสัมพันธ์กับผลที่เกิดขึ้น ส่วนการศึกษาครู ผู้ปกครองไม่มีความสัมพันธ์

สรุปได้ว่าการประเมินโครงการเยี่ยมบ้าน ครู กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับมากทุกเรื่อง คือ
มีความพึงพอใจ สภาพแวดล้อม ความพึงพอใจ

ความเหมาะสมของปัจจัยเบื้องต้นที่ใช้ในการดำเนินงานจัดกิจกรรม ความพึงพอใจต่อกระบวนการดำเนินงาน และความพึงพอใจ
ต่อผลผลิตที่เกิดขึ้น

ด้านคุณลักษณะของนักเรียน นักเรียนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่น่าพอใจ สามารถเรียนได้เต็มศักยภาพ และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และการทำงาน นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น และได้รับความช่วยเหลือทางด้านต่าง ๆ
ให้มีความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจ และสังคมที่เหมาะกับตนเอง

ด้านการบริหารและการจัดการ ได้รับการคัดเลือกเป็นโรงเรียนที่มีนวัตกรรมด้านการบริหาร กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ครอบครัวลูกดก
โครงการเยี่ยมบ้าน ประจำปีการศึกษา 2549 ครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องมีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะ สามารถปฏิบัติงานได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ ผ่านการประเมินวิทยฐานะชำนาญการ 5 คน คิดเป็น ร้อยละ 100 จากผู้ยื่นคำขอครู ผู้ปกครองมีการประสานสัมพันธ์ มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และสถานศึกษาได้รับการระดมทรัพยากร ในการจัดการศึกษาเพิ่มขึ้น จากข้อมูลดังกล่าวการดำเนินงานตามโครงการเยี่ยมบ้านเป็นประโยชน์ต่อการจัดการศึกษา จึงสมควรให้มีการดำเนินตามโครงการ
เยี่ยมบ้านในปีต่อไป

ข้อเสนอแนะ

ควรดำเนินโครงการต่อไป ด้วยการจัดกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลาย โดยประสานขอความร่วมมือกับทุกฝ่าย ทั้งภายในและภายนอกองค์กรเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและตรงกับความต้องการ

เผยแพร่เมื่อ : 09/09/2551

 
 
 
   
 

ชื่อเรื่อง การพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้โดยการประยุกต์ใช้พหุปัญญา โรงเรียนบ้านลังโกม อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์

ผู้วิจัย ศิรสิทธิ์ สุขบันเทิง

สังกัด โรงเรียนบ้านลังโกม อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ สพท.สร.3

เผยแพร่เมื่อ : 09/09/2551

 
 
 
 

ชื่อเรื่อง : ความพึงพอใจต่อการจัดทำและการรับบริการวารสาร “ ซเร็นสาร ” สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1

ผู้วิจัย : นายสำเริง บุญโต

เผยแพร่เมื่อ : 24/09/51

 
 
 
 

ชื่อเรื่อง การพัฒนาครูแกนนำปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อประเมินรับรองเป็นครูต้นแบบ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1

ผู้ศึกษา นายสมศักดิ์ จันทิมา ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1

เผยแพร่เมื่อ : 26/09/51

 
 
 
 

ชื่อเรื่อง การศึกษาสภาพการดำเนินงานกองทุนนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 1

ผู้ศึกษา นายอภัย ไพรสินธุ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1

................

เผยแพร่เมื่อ : 29/09/51

 
 
 
 

ชื่อเรื่อง การศึกษาสภาพการดำเนินงานระบบดูแลและช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 1

ผู้ศึกษา นายวันชัย คำพาวงศ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1

.

เผยแพร่เมื่อ : 01/10/51

 
 
 
 

รายงานเรื่อง  การศึกษารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในงานปกครองนักเรียน   ช่วงชั้นที่ 2  โรงเรียนบ้านนาเกา
ตำบลแกใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
ชื่อผู้รายงาน  นายจำเริญ  จารุสิริโสภณ
ปีที่ทำรายงาน  2550

เผยแพร่เมื่อ : 07/10/51

 
 

เผยแพร่เมื่อ : 13/10/51

 
 
 
 


เผยแพร่เมื่อ : 31/10/51

 
 
 
 


เผยแพร่เมื่อ : 17/11/51

 
 
 
 

เผยแพร่เมื่อ : 06/03/52

 
 
 
 


เผยแพร่เมื่อ : 21/04/53